ad

?ิ??ี่?ี่ ????????์

ย้อนคดีฆ่าปาดคอสาวรง. ทิ้งศพเปลือยไว้กลางซอย ล่าหนุ่มพม่า-เผ่นกลับปท.

โหดอีกราย-ฆ่าปาดคอสาวรง. ตร.ล่าหนุ่มมือมีด ปมหึง-ทิ้งศพสลด พาดหัวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับ วันที่ 9 ก.ค. แม้คดีนี้หลังเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง ตำรวจจะรู้ตัวคนร้ายแล้ว แต่การติดตามจับกุมตัวกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อผู้ก่อเหตุเป็นแรงงานต่างด้าว และหอบเสื้อผ้าหนีกลับบ้านกลับเมืองไปแล้ว 








ย้อนไปเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 8 ก.ค. พ.ต.ต.ทนงศักดิ์ เพ็ชรประกอบ สารวัตร (สอบสวน) สน.แสมดำ รับแจ้งพบศพหญิงสาวถูกปาดคอเสียชีวิตสภาพเปลือย บริเวณริมรั้วในพื้นที่ของเอกชน ภายในซอยสะแกงาม 26 แยก 1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก. พ.ต.อ.สำเริง ผลรอด ผกก.สน.แสมดำ พ.ต.อ.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผกก.สส.บก.น.9 ตำรวจชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน แพทย์ นิติเวช ร.พ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง



ที่เกิดเหตุบริเวณริมรั้วลวดหนามในพื้นที่ว่างเปล่าประมาณ 20 ไร่ พบศพหญิงสาวสภาพนอนหงายเปลือยกาย สวมเพียงยกทรงสีชมพู สวมถุงเท้าสีชมพู มีบาดแผลถูกของ มีคมปาดลำคอจนหลอดลมขาด หน้าอกซ้ายถูกแทง 1 แผล และหน้าท้องซ้ายอีก 2 แผล ใกล้กันมีเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงิน ด้านหน้าเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ Hatari และรูปพัดลม สีขาวตกอยู่ มีรอยถูกแทงทะลุ 3 แห่ง



กางเกงยีนส์สีน้ำเงินเปื้อนเลือด กางเกงชั้นใน และรองเท้าผ้าใบสีชมพู ของผู้ตายถูกทิ้งกระจัดกระจายไปทั่ว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวกว่า 100 เมตร 



ขณะตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่นั้น มีพนักงานบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าดูศพแล้วแจ้งว่าผู้ตายคือ น.ส.ทุเรียน รอดคำทุย อายุ 24 ปี เป็นชาวจ.อุบลราชธานี ทำงานเป็นพนักงานทดลองงาน บริษัท วนวิทย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด แผนกฉีดพลาสติก ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อฮาตาริ อยู่ในซอยสะแกงาม 42 ตำรวจจึงเชิญตัวไปสอบปากคำ 



พ.ต.อ.พงศ์อานันต์เปิดเผยว่า คนร้ายปาดคอผู้ตายบริเวณที่พบศพ เนื่องจากพบกองเลือดและเส้นผมหลุดเป็นกระจุกใหญ่ สำหรับหยดเลือดที่พบต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นของผู้ตายหรือเป็นของคนร้าย ส่วนจะข่มขืนด้วยหรือไม่นั้นต้องรอผลชันสูตรจากนิติเวชอีกครั้ง มีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายอาจจะมีความแค้นกับผู้ตาย หลังลงมือฆ่าแล้วถอดเสื้อผ้าออกเพื่อประจาน



พ.ต.อ.พงศ์อานันต์กล่าวต่อว่า สอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ตายมีปัญหาทะเลาะอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นแฟนของเพื่อน เรื่องหึงหวง มีการโพสต์ด่ากันในเฟซบุ๊ก ซึ่งเพื่อนผู้ตายให้ข้อมูลว่าก่อนเสียชีวิตผู้ตายซ้อนรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ออกไปกับนายเนมิน อายุ 28 ปี ชาวเมียนมา ที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกัน ช่วงเวลา 20.00 น. วันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา



ชุดสืบสวนติดตามไปที่บ้านพักย่านบางบอน ของ นายเนมิน เพื่อนำตัวมาสอบสวน แต่ปรากฏว่าหายตัวไปพร้อมกับ น.ส.เซน อายุ 25 ปี ภรรยาที่ตั้งครรภ์ 8 เดือน โดยมีคนเห็นว่านายเนมินมีผ้าพันแผลที่มือซ้ายและมีรอยหยดเลือดที่รองเท้าเดินเข้าที่พัก ทั้งยังบอกกับญาติว่าใช้อาวุธมีดแทงคนไทยมา แต่ไม่รู้ว่าตายหรือไม่ จึงจะรีบหนีกลับประเทศ ก่อนเก็บเสื้อผ้าและข้าวของหนีไปพร้อมกับภรรยา



เย็นวันเดียวกันที่ สน.แสมดำ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้าคดี ก่อนเดินทางไปตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ และเข้าสอบปากคำเจ้าของร้านขายของชำในซอยสะแกงาม 30 หลังพบว่า ผู้ตายมานั่งดื่มเบียร์อยู่กับนายเนมิน ก่อนเสียชีวิต



พ.ต.อ.สำเริง ผลรอด ผกก.สน. แสมดำ เปิดเผยว่า มีพยานเห็นผู้ตายออกจากบริษัทเวลา 20.00 น. วันที่ 7 ก.ค. โดยนายเนมินผู้ต้องสงสัยออกมาก่อน ต่อมาผู้ตายจึงตามมา จากนั้นนายเนมินขี่จักรยานยนต์พา น.ส.ทุเรียนซ้อนท้ายไปจอดที่ร้านขายของชำ ซอยสะแกงาม 30 ทั้งสองซื้อเบียร์มานั่งดื่มกัน 6 ขวด ส่วนใหญ่นายเนมินเป็นคนดื่ม ก่อนพากันออกจากร้าน โดยใช้เส้นทางมุ่งหน้าเลียบทางด่วนพระประแดง แล้วเข้าท้ายซอยสะแกงาม 26 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ



กล้องวงจรปิดในซอยจับภาพขณะนายเนมินขี่จักรยานยนต์พา น.ส.ทุเรียนเข้าไปท้ายซอยดังกล่าวได้ ก่อนนายเนมินจะขี่จักรยานยนต์กลับออกมาแค่คนเดียว ชุดสืบสวนจึงค่อนข้างมั่นใจว่า ผู้ก่อเหตุคือนายเนมิน จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับนายเนมิน ชาวพม่าผู้ต้องสงสัย ข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา"



แต่การติดตามตัวนายเนมิน ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อแนวทางการสอบสวนทราบว่า หลังเกิดเหตุเพียงวันเดียว นายเนมินก็หลบหนีกลับประเทศไปพร้อมกับภรรยาแล้ว



ขณะเดียวกันในงานศพที่บ้าน ใน อ.บุณฑริก จ.อุบล ราชธานี นายเสถียร รอดคำทุย พ่อ น.ส.ทุเรียน ก็ออกมาเรียกร้องตำรวจให้เร่งจับกุมคนร้ายมาลงโทษโดยเร็ว และขอให้รับโทษประหาร ให้สาสมกับความผิด



เมื่อเปิด "เออีซี" เต็มตัว คาดว่าคดีลักษณะนี้จะเพิ่มขึ้น ตำรวจคงต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษ


http://newsonline.php?newsid=1463173

No comments

Theme images by Jason Morrow. Powered by Blogger.