ฝนตกชาวนารีบออกไปทำนา ไม่ได้กินข้าวเช้า สุดท้ายเหนื่อยจนช็อคเสียชีวิต

สอบถามนางสมจิตต์ ภรรยา เล่าว่า สามีตื่นตั้งแต่เช้ามืด ดื่มเอ็มร้อย 1 ขวด แล้วนำรถไถซาเล็ง ออกไปไถนา ซึ่งที่นาอยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 10 กิโลเมตร หลังสามีนำรถไถออกจากบ้าน ตนเองก็ตื่นขึ้นมาหุงหาอาหาร ให้ลูกเต้าได้กิน และจัดสำรับกับข้าวไว้ให้สามี ก่อนขึ้นเขาไปเก็บผักหวานและเห็ด เพื่อนำไปส่งขายให้กับแม่ค้าในตลาด จนกระทั่งเวลา 14.00 น. หลังตนเองเก็บผักได้จนพอแล้ว จึงได้เดินทางกลับบ้าน เมื่อตนเองกลับมาถึงบ้าน และเข้าไปในครัว เพื่อกินข้าว แต่เห็นสำรับกับข้าวที่จัดไว้สามียังไม่มีรอยกินจึงเอะใจ ว่าทำไม่สามีไม่กลับมากินข้าว จึงรีบไปดูสามีที่นา พบรถอีแต๊ก จอดอยู่ มองหาสามี จนพบว่า สามีนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้นั้นเองจึงวิ่งเข้าไปดู พบว่า สามีเสียชีวิตไปแล้ว จึงรีบโทร.บอกญาติๆ ให้มาช่วยกัน ญาติๆจึงโทร.ศัพท์ไปแจ้งตำรวจ
ด้านนางสมจิตต์ ซึ่งยังอยู่ในอาการโศกเศร้า ขณะตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่สามีอยู่ที่บ้าน บอกว่า ปีที่ผ่านมาแล้งจัดข้าวตายจนหมด ทำให้การเป็นอยู่ลำบากกันมาก พอฝนตกลงมา สามีก็ดีใจเร่งไถนาเพื่อที่จะรีบหว่านกล้า เพื่อให้ข้าวออกรวงก่อนสิ้นฤดูฝน จนลืมเวลากินข้าว ตนเองก็ต้องออกไปเก็บผักหวานและเห็ดบนเขา เพื่อนำไปขายนำเงินมากินมาใช้ในบ้าน เพราะมีลูกที่ต้องเลี้ยงดูถึง 5 คน ผู้สื่อข่าวถามว่า อาชีพทำนาลำบากมากมัย นางสมจิตต์บอกว่าลำบากมาก อย่างเช่นปีที่แล้ว ไม่ได้ข้าวไว้กินเลย แล้งตายจนหมด ...ครับนี้คือชีวิตจริงของชาวนาที่อำเภอตาพระยา ที่ได้ชื่อว่า ทุ่งกุลาร้องไห้แห่งที่สองของประเทศไทย
http://www.khaosod.co.th/view
Post a Comment