ad

?ิ??ี่?ี่ ????????์

เงินบาทแข็งค่าขึ้น หลังนักลงทุนหันเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง





หน้าแรก
เมนูข่าว
ค้นหา


เงินบาทแข็งค่าขึ้น หลังนักลงทุนหันเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง

updated: 29 มิ.ย. 2559 เวลา 18:42:00 น.
  

ก ก ก
ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 29 มิถุนายน 2559 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 35.24/26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยตามสกุลเงินในภูมิภาค เมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดในวันอังคาร (28/6) ที่ระดับ 35.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อคืนวานนายเจอโรม พาวเวล หนึ่งในผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวว่า การที่อังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) นั้นอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในตลาดโลก และอาจจะเป็นปัจจัยใหม่ที่เข้ามาถ่วงเศรษฐกิจของสหรัฐ และส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะต้องชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป อย่างไรก็ดี เมื่อคืนวานสหรัฐ (28/6) ได้มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญหลายตัว โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ได้มีการเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสนแรกออกมาขยายตัวเกินคาดอยู่ที่ 1.1% ขยายตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.0% โดยการขยายตัวดังกล่าวนั้นได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนในภาคธุรกิจที่ฟื้นตัวมากขึ้น พร้อมทั้งผลสำรวจของ Conference Board ได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ เพิ่มขึ้นเกินคาดอยู่ที่ระดับ 98 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2558 และสูงกว่านักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ไว้ที่ 93.7 ทั้งนี้เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นตามภูมิภาคในระหว่างวัน จากการเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนหลังจากตลาดคลายความกังวลจากการลงประชามติของอังกฤษ (Brexit) อยู่ในกรอบระหว่าง 35.19-35.26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 35.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 1.1051/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดในวันอังคาร (28/6) ที่ระดับ 1.1094/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่าจากผลการทำประชามติของอังกฤษ (Brexit) โดยบริษัทฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้ระบุว่า การที่อังกฤษได้ลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (อียู) นั้นจะสามารถสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การส่งออกไปยังอังกฤษที่ลดลง และส่งผลต่อความเสี่ยงทางการเมืองในการที่จะเป็นตัวอย่างสำหรับประเทศอื่นที่อาจจะตัดสินใจถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปเหมือนดังอังกฤษ โดยเมื่อวานนี้สถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี (lfo) ได้มีการเปิดเผยดัชนีแนวโน้มมูลค่าการส่งออกในเดือนมิถุนายน ปรับตัวขึ้นมาสู่ระดับ 8.1 จากระดับ 6.2 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวถือว่าเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 ก็ตาม และสถาบัน GfK ได้รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของเยอรมนีประจำเดือนกรกฎาคคม ออกมาพุ่งขึ้นอยู่ที่ระดับ 10.1 จากระดับ 9.8 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 แต่ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1049-1.1103 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1058/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 102.38/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดในวันอังคาร (28/6) ที่ระดับ 102.32/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้นายชิโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เปิดเผยว่า ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะมีการผลักดันให้มีการใช้มาตรการทุก ๆ ด้าน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะไม่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง หลังจากที่อังกฤษได้มีการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป พร้อมได้มีการระบุว่าตลาดยังคงเผชิญความไม่แน่นอนอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาเสถียรภาพ อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ (28/6) ได้มีการเปิดเผยตัวเลขค้าปลีกของญี่ปุ่นประจำเดือนพฤษภาคมนั้นออกมาอยู่ที่ระดับ -1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 102.18/102.77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 102.60/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัยที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขรายได้ส่วนบุคคลสหรัฐ ประจำเดือนมิถุนายน (29/6), ตัวเลขรายจ่ายส่วนบุคคลสหรัฐ ประจำเดือนมิถุนายน (29/6), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย/รายงานนโยบายการเงิน (30/6), ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคมของญี่ปุ่น (30/6), ยอดค้าปลีกเดือนพฤษภาคมของเยอรมนี (30/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +1.85/+2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +PAR/+1.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ




http://www.khaosodonline.com/index.php

No comments

Theme images by Jason Morrow. Powered by Blogger.