สลด! เด็กชาย"ป.4"บ่น"กูอยากตาย"ก่อนผูกคอดับในห้องพยาบาล เผยน้อยใจโดนยายดุด่า
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 ธันวาคม ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ "เจ้าหญิงเพ้อฝัน" ได้โพสต์ในกลุ่มข่าวโคราชบ้านเอ็ง เป็นข้อความ ฝากเตือนสติพ่อกับแม่ผู้ปกครอง R.I.P เมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ ( 14 ธค.) ด.ช.หนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 10 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ 4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเพื่อนกับหลานชาย ได้ผูกคอตายในห้องพยาบาลของโรงเรียน สาเหตุน้อยใจผู้ปกครอง

ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อขอทราบข้อเท็จจริงจากนายสิทธิโชค โรจนพิพัฒน์พงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 7 นครราชสีมา (สพป.นม. 7) ในฐานะรักษาการ ผอ.สพป.นม.7 โดยนายสิทธิโชคให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานจากนายภิญโภ กัณหา ผอ.โรงเรียน ว่าหลังกินอาหารเที่ยง น้องหนึ่งได้บ่นกับเพื่อนว่า “กูอยากตาย” แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ต่างคิดเป็นการพูดเล่นตามประสาเด็กๆ
นายสิทธิโชคกล่าวว่า จากนั้นได้มีกิจกรรมสวดมนต์ ครูที่ปรึกษาเห็นมือของน้องหนึ่งเปื้อนหมึก จึงให้ไปล้างทำความสะอาด ซึ่งอ่างล้างมืออยู่หน้าห้องพยาบาล จากนั้นก็หายตัวไปโดยไม่ใครพบเห็น จนกระทั่งเวลา 14.30 น. จึงออกตามหา พบรองเท้าวางอยู่หน้าห้องพยาบาล เมื่อเปิดประตูเข้าไป พบร่างน้องหนึ่งนอนหงายกับพื้นห้องในสภาพเสียชีวิต ที่ลำคอมีเชือกสีแดง ซึ่งเป็นชนิดใช้ผูกกับไม้พลองลูกเสือรัดคอต่อกับเชือกขนาดเล็กผูกกับขื่อ
นายสิทธิโชคกล่าวว่า จากการตรวจสอบต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวช ได้ร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ สันนิษฐาน เป็นการฆ่าตัวเอง โดยเชือกที่ใช้ผูกไม่สามารถรับน้ำหนักตัวได้ทำให้ขาด ทำให้ร่างตกลงมากองกับพื้น แต่การรัดคอแน่นทำให้ขาดอากาศหายใจเป็นเหตุให้เสียชีวิต
นายสิทธิโชคกล่าวว่า จากการสอบถามพยานที่เกี่ยวข้อง พ่อแม่ของน้องหนึ่งได้แยกทางกันตั้งแต่น้องหนึ่ง เป็นเด็กทารก ทิ้งให้ผู้เป็นตายายเลี้ยงดูตามลำพัง ตามประสาผู้สูงวัย นางรัตน์ (นามสมมติ) อายุ 60 ปี ผู้เป็นยาย ได้ดุด่าว่ากล่าวตักเตือนให้เป็นเด็กดี อาจเป็นสาเหตุให้เกิดความน้อยใจและหุนหันพลันแล่น หรือด่วนทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไปโดยไม่ยั้งคิดด้วยความโกธรและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ประกอบกับวุฒิภาวะที่เยาว์วัย คิดสั้นใช้ห้องพยาบาลของโรงเรียนเป็นสุสานลาตาย
นายสิทธิโชคกล่าวว่า นอกจากนี้ ทางสพป.นม.7 ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจัดงานศพ นอกจากนี้ตนได้สั่งการให้ประธานเครือข่าย 12 ศูนย์การศึกษา ในพื้นที่รับผิดชอบ 6 อำเภอ ร่วมประชุมหารือกับผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อวางมาตรการดูแล ควบคุมมิให้เกิดลัทธิเอาเยี่ยงอย่าง รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดูแลเยียวยาทางจิตใจ บรรดานักเรียน ผู้ปกครอง ซึ่งสะเทือนขวัญ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
Post a Comment